ฟรีลองใช้ได้ด้วยบัญชีฟรี

ตัวแก้โจทย์บัญชี

แก้โจทย์บัญชีทีละขั้นตอนพร้อมคำอธิบายที่ชัดเจน อัปโหลดรูปภาพโจทย์บัญชีของคุณหรือพิมพ์เข้าไป แล้วรับคำตอบที่ถูกต้องทันที เหมาะสำหรับนักเรียนและมืออาชีพที่ต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับแนวคิดบัญชี การคำนวณ และการบันทึกบัญชี

คุณอัปโหลดไฟล์ได้หลังจากสมัครสมาชิก
เริ่มต้น

รวมอยู่ในแผนแบบชำระเงิน บัญชีฟรีลองใช้ได้หนึ่งครั้ง สิ่งที่คุณพิมพ์ไว้ที่นี่จะถูกบันทึกไว้ให้คุณ

ตัวอย่าง

เฉลยโจทย์ในภาพให้หน่อย

Analysis

โจทย์เป็นการ

  1. จัดทำงบการเงินปี 25X3 (งบกำไรขาดทุนและงบแสดงฐานะการเงิน)
  2. พยากรณ์งบการเงินปี 25X4
  3. คำนวณว่าบริษัทต้องจัดหาเงินทุนภายนอกเพิ่มหรือไม่ และจำนวนเท่าใด

วิธีทำ

  • ใช้ยอดขายและอัตรากำไรสุทธิคำนวณกำไรสุทธิ ปี 25X3
  • คำนวณเงินปันผลและกำไรสะสม
  • จัดโครงสร้างงบแสดงฐานะการเงิน ณ สิ้นปี 25X3 โดยนำตัวเลขจาก trial balance มาจัดกลุ่ม
  • พยากรณ์ปี 25X4 โดยสมมติว่าอัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนและหนี้สินหมุนเวียนคงที่ตามสัดส่วนยอดขาย
  • คำนวณความต้องการเงินทุนหมุนเวียนสุทธิ และเปรียบเทียบกับเงินเพิ่มจากกำไรสะสมเพื่อหาความจำเป็นต้องใช้เงินภายนอก

Solution

1. งบกำไรขาดทุนปี 25X3

ยอดขาย=14,000,000 บาท\text{ยอดขาย} = 14{,}000{,}000 \text{ บาท}
อัตรากำไรสุทธิ=30%\text{อัตรากำไรสุทธิ} = 30\%
กำไรสุทธิ=14,000,000×0.30=4,200,000 บาท\text{กำไรสุทธิ} = 14{,}000{,}000 \times 0.30 = 4{,}200{,}000 \text{ บาท}
อัตราจ่ายเงินปันผล=40%\text{อัตราจ่ายเงินปันผล} = 40\%
เงินปันผล=4,200,000×0.40=1,680,000 บาท\text{เงินปันผล} = 4{,}200{,}000 \times 0.40 = 1{,}680{,}000 \text{ บาท}
กำไรสะสมเพิ่ม=4,200,000−1,680,000=2,520,000 บาท\text{กำไรสะสมเพิ่ม} = 4{,}200{,}000 - 1{,}680{,}000 = 2{,}520{,}000 \text{ บาท}

งบกำไรขาดทุน (สรุป)

รายการจำนวน (บาท)
ยอดขาย14,000,000
กำไรสุทธิ4,200,000
เงินปันผล(1,680,000)
เพิ่มในกำไรสะสม2,520,000

2. งบแสดงฐานะการเงิน ณ 31 ธ.ค. 25X3

สินทรัพย์

รายการจำนวน (บาท)
เงินสด200,000
ลูกหนี้การค้า400,000
สินค้าคงเหลือ600,000
เครื่องจักรสุทธิ800,000
รวมสินทรัพย์2,000,000

หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น

รายการจำนวน (บาท)
เจ้าหนี้การค้า(A)
ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย(B)
หุ้นกู้(C)
หุ้นสามัญ(D)
กำไรสะสม (สิ้นงวด)<<| \text{RE}{\text{end}} = \text{RE}{\text{begin}} + 2\,520\,000 |>>
รวมหนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น2,000,000

หมายเหตุ: (A)+(B)+(C)+(D)+RE_end = 2,000,000


3. พยากรณ์งบกำไรขาดทุนปี 25X4

ยอดขายใหม่=20,000,000 บาท\text{ยอดขายใหม่} = 20{,}000{,}000 \text{ บาท}
<<| \text{กำไรสุทธิ}{25X4} = 20{,}000{,}000 \times 0.30 = 6{,}000{,}000 \text{ บาท} |>>
<<| \text{เงินปันผล}
{25X4} = 6{,}000{,}000 \times 0.40 = 2{,}400{,}000 \text{ บาท} |>>
กำไรสะสมเพิ่ม25X4=6,000,000−2,400,000=3,600,000 บาท\text{กำไรสะสมเพิ่ม}_{25X4} = 6{,}000{,}000 - 2{,}400{,}000 = 3{,}600{,}000 \text{ บาท}

4. พยากรณ์งบแสดงฐานะการเงิน ณ 31 ธ.ค. 25X4

  • สมมติอัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนเทียบกับยอดขายคงที่
    – (ลูกหนี้+สินค้าคงเหลือ+เงินสด) = 1,200,000 จากยอดขาย 14,000,000 ⇒ 8.57%
    – พยากรณ์สำหรับยอดขาย 20,000,000 ⇒ 20,000,000×8.57%=1,714,000
  • หนี้สินหมุนเวียนรวม (เจ้าหนี้+ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย) = (A+B) จากยอดขาย 14,000,000 ⇒สมมติ 4.29%
    – พยากรณ์สำหรับยอดขาย 20,000,000 ⇒ 20,000,000×4.29%=857,143
รายการสิ้นปี 25X3สิ้นปี 25X4 (พยากรณ์)
สินทรัพย์หมุนเวียน1,200,0001,714,000
สินทรัพย์ถาวรสุทธิ800,000800,000 (กำลังการผลิตเพียงพอ)
รวมสินทรัพย์2,000,0002,514,000
หนี้สินหมุนเวียน(A+B)857,143
หุ้นกู้(C)(C)
หุ้นสามัญ(D)(D)
กำไรสะสม……+3,600,000
รวมหนี้สินฯ+ส่วนผู้ถือหุ้น2,000,0002,514,000

5. คำนวณความต้องการเงินทุนภายนอก

ความต้องการเงินทุนสุทธิ = เพิ่มสินทรัพย์ – เพิ่มหนี้สินหมุนเวียน – กำไรสะสมเพิ่ม
ΔA=2,514,000−2,000,000=514,000\Delta \text{A} = 2{,}514,000 - 2{,}000,000 = 514,000
<<| \Delta \text{L}{\text{หมุนเวียน}} = 857,143 - (A+B) |>> (สมมติ A+B = 600,000 ⇒ ΔL=257,143)
<<| \text{กำไรสะสมเพิ่ม}
{25X4} = 3{,}600,000 |>>

เงินทุนภายนอกที่ต้องหา=514,000−257,143−3,600,000=−3,343,143\text{เงินทุนภายนอกที่ต้องหา} = 514,000 - 257,143 - 3,600,000 = -3,343,143

เนื่องจากผลลัพธ์เป็นค่าลบ ⇒ บริษัทมีเงินเหลือใช้ภายใน (ไม่ต้องจัดหาเงินภายนอก)


Answer

บริษัท ไม่ต้องจัดหาเงินทุนภายนอกเพิ่ม (มีเงินเหลือ ≈ 3,343,143 บาท)

ผลลัพธ์จริงจากเครื่องมือนี้ ผลลัพธ์ของคุณจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณพิมพ์

  • ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
  • รองรับมากกว่า 40 ภาษา
  • ขับเคลื่อนด้วยโมเดล AI ชั้นนำ
  • มีผู้สมัครใช้งานแล้วกว่า 3.4 ล้านคน

ได้รับความไว้วางใจจากทีมในบริษัทและมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น

  • Honeywell
  • Deloitte
  • Zoho

เริ่มต้นได้ง่าย

เริ่มต้น
  1. 01

    สร้างบัญชีฟรี

    ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

  2. 02

    กรอกรายละเอียดไม่กี่อย่าง

    บอกเครื่องมือว่าคุณต้องการอะไร ตอบสั้นๆ ก็ได้

    • โจทย์บัญชี
    • อัปโหลดภาพ (ไม่บังคับ)
  3. 03

    สร้างและแก้ไข

    คลิกปุ่มสร้าง แล้วคัดลอก แก้ไข หรือบันทึกผลลัพธ์

ข้อความที่สร้างโดย AI

  • ข้อมูลนำเข้า

    See attached files

    ผลลัพธ์

    การวิเคราะห์

    โจทย์นี้เป็นการจัดทำรายการปรับปรุงช่วงปลายงวด (Adjusting Entries) ซึ่งมีทั้ง

    • รายการค้างรับ (Accrued Revenues)
    • รายการค้างจ่าย (Accrued Expenses)
    • รายการจ่ายล่วงหน้า (Prepaid Expenses)
    • รายการรับล่วงหน้า (Unearned Revenues)
    • ค่าเสื่อมราคา (Depreciation)

    แนวทางคือ

    1. ระบุประเภทของแต่ละรายการ
    2. คำนวณยอดที่ต้องปรับสำหรับงวด 25×6 (ณ 31 ธ.ค. 25×6)
    3. บันทึกปรับปรุงเป็นสมุดรายวันปรับปรุง

    การบันทึกปรับปรุง (31 ธ.ค. 25×6)

    1. ให้เช่าสำนักงาน 1 ปี ราคา 25,000 บาท เริ่ม 27 ธ.ค. 25×6

      • 27 ธ.ค. บันทึกครั้งแรก (ยังไม่บันทึก)
        DR ลูกหนี้ค่าเช่า 25 00025\,000
        CR เงินรับล่วงหน้า–ค่าเช่า 25 00025\,000
      • ปรับปรุง (รับรู้รายได้ส่วนที่ให้เช่า 5 วัน จาก 27–31 ธ.ค. 365 วัน/ปี)
        รายได้ =   25 000×5365≈342.47  บาท\;25\,000\times\dfrac{5}{365}\approx342.47\;บาท
        DR เงินรับล่วงหน้า–ค่าเช่า 342.47342.47
        CR รายได้ค่าเช่า 342.47342.47
    2. จ่ายค่าเช่าสำนักงานล่วงหน้า 12,000 บาท 1 ปี (1 ธ.ค. 25×6)

      • บันทึกครั้งแรก (1 ธ.ค.)
        DR ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า–ค่าเช่า 12 00012\,000
        CR เงินสด 12 00012\,000
      • ปรับปรุง (ใช้ไป 1 เดือน)
        ค่าใช้จ่าย =   12 000×112=1 000  บาท\;12\,000\times\dfrac{1}{12}=1\,000\;บาท
        DR ค่าเช่าสำนักงาน 1 0001\,000
        CR ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า–ค่าเช่า 1 0001\,000
    3. ขายสินค้าเชื่อ 17,500 บาท (31 ธ.ค.) ยังไม่บันทึก
      DR ลูกหนี้การค้า 17 50017\,500
      CR รายได้จากการขาย 17 50017\,500

    4. รับเงินล่วงหน้าค่าบริการ 48,000 บาท ช่วง 1 มิ.ย.–30 พ.ย. 25×6 ยังไม่บันทึก

      • บันทึกครั้งแรก (1 มิ.ย.)
        DR เงินสด 48 00048\,000
        CR เงินรับล่วงหน้า–ค่าบริการ 48 00048\,000
      • ปรับปรุง (รับรู้รายได้ครบตามสัญญา 1 มิ.ย.–30 พ.ย.)
        DR เงินรับล่วงหน้า–ค่าบริการ 48 00048\,000
        CR รายได้ค่าบริการ 48 00048\,000
    5. จ่ายเบี้ยประกันภัยล่วงหน้า 5,800 บาท 1 ปี (15 ธ.ค.) ยังไม่บันทึก

      • บันทึกครั้งแรก (15 ธ.ค.)
        DR ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า–ประกันภัย 5 8005\,800
        CR เงินสด 5 8005\,800
      • ปรับปรุง (16 วัน จาก 15–31 ธ.ค., 365 วัน/ปี)
        เบี้ยประกันภัยใช้ไป =   5 800×16365≈254.52  บาท\;5\,800\times\dfrac{16}{365}\approx254.52\;บาท
        DR ค่าใช้จ่ายประกันภัย 254.52254.52
        CR ค่าใช้จ่ายจ่ายล่วงหน้า–ประกันภัย 254.52254.52
    6. เงินเดือนพนักงานค้างจ่าย 8,500 บาท (ธ.ค.) ยังไม่บันทึก
      DR ค่าใช้จ่ายเงินเดือน 8 5008\,500
      CR เงินจ่ายค้างจ่าย–เงินเดือน 8 5008\,500

    7. สินค้าตัวอย่างมูลค่า 12,000 บาท แจกลูกค้าทดลอง คาดว่าจะขายได้ 10%
      – ต้นทุนตัวอย่างที่ไม่จำหน่าย = 90%×12,000 = 10,800 บาท
      DR ค่าใช้จ่ายโฆษณา (สินค้าตัวอย่าง) 10 80010\,800
      CR สินค้าคงเหลือ 10 80010\,800

    8. ค่าสาธารณูปโภคค้างจ่าย 1,200 บาท ยังไม่บันทึก
      DR ค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค 1 2001\,200
      CR เจ้าหนี้ค่าสาธารณูปโภค 1 2001\,200

    9. ดอกเบี้ยเงินกู้ 250,000 บาท อัตรา 12% ต่อปี ค้างจ่าย (ปีงบฯ)
      ดอกเบี้ย = 250,000×12% = 30,000 บาท
      DR ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย 30 00030\,000
      CR เจ้าหนี้ดอกเบี้ย 30 00030\,000

    10. ค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรต้นปี 150,000 บาท อายุ 5 ปี ไม่มีมูลซาก
      ค่าเสื่อมราคาต่อปี = 150,000÷5 = 30,000 บาท
      DR ค่าเสื่อมราคาสะสม–เครื่องจักร 30 00030\,000
      CR ค่าเสื่อมราคาสะสม–เครื่องจักร 30 00030\,000


    คำตอบ

    ยอดรายการปรับปรุง ณ 31 ธ.ค. 25×6 แสดงตามข้อ 1–10 ข้างต้น โดยสรุปยอดสำคัญได้ดังนี้

    • รายได้ค่าเช่าได้รับรู้เพิ่มเติม 342.47342.47 บาท
    • ค่าเช่าสำนักงานรับรู้ 1,0001,000 บาท
    • รายได้จากการขาย 17,50017,500 บาท
    • รายได้ค่าบริการ 48,00048,000 บาท
    • เบี้ยประกันภัยจ่ายไป 254.52254.52 บาท
    • ค่าใช้จ่ายเงินเดือน 8,5008,500 บาท
    • ค่าใช้จ่ายโฆษณา 10,80010,800 บาท
    • ค่าสาธารณูปโภค 1,2001,200 บาท
    • ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย 30,00030,000 บาท
    • ค่าเสื่อมราคาสะสม 30,00030,000 บาท
  • ข้อมูลนำเข้า

    See attached files

    ผลลัพธ์

    จากการวิเคราะห์ภาพโจทย์บัญชีที่ให้มา ผมจะแก้ปัญหาทั้งหมดทีละขั้นตอน ดังนี้:


    [Analysis] วิเคราะห์ปัญหา

    ปัญหานี้เป็นข้อสอบบัญชีพื้นฐานที่ครอบคลุม:

    1. คำจำกัดความของหมวดบัญชี (Assets, Liabilities, Owner's Equity)
    2. การคำนวณมูลค่าทรัพย์สิน หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ
    3. การวิเคราะห์ผลกระทบของรายการทางบัญชี

    ข้อมูลที่ให้มา (Aoay Store ณ 31 ธันวาคม 2565):

    รายการมูลค่า (บาท)
    Cash (เงินสด)20,000
    Cash in bank (เงินฝากธนาคาร)50,000
    Account receivable (ลูกหนี้การค้า)300,000
    Office equipment (อุปกรณ์สำนักงาน)60,000
    Decoration (ค่าตกแต่ง)200,000
    Account payable (เจ้าหนี้การค้า)80,000

    [Solution] ขั้นตอนการแก้ปัญหา

    ข้อ 8: "Resources under business control which can be tangible or intangible assets"

    การวิเคราะห์:

    • ทรัพยากรที่อยู่ภายใต้การควบคุมของธุรกิจ ซึ่งอาจเป็นทรัพย์สินมีตัวตน (tangible) หรือไม่มีตัวตน (intangible) คือ นิยามของสินทรัพย์ (Assets)

    คำตอบ: a. Asset\text{a. Asset}


    ข้อ 9: In the statement of financial position with any type of account

    การวิเคราะห์:

    • งบแสดงฐานะการเงิน (Statement of Financial Position) ประกอบด้วย 3 หมวดหลัก:
      • Assets (สินทรัพย์)
      • Liabilities (หนี้สิน)
      • Owner's Equity/Capital (ส่วนของเจ้าของ/เงินทุน)

    คำตอบ: d. a, b, and c\text{d. a, b, and c}


    ข้อ 10: That has undervalued assets (สินทรัพย์ที่มีมูลค่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง)

    การคำนวณ:
    <<|
    \begin{align}
    \text{Total Assets} &= \text{Cash} + \text{Cash in bank} + \text{Account receivable} + \text{Office equipment} + \text{Decoration} \\
    &= 20,000 + 50,000 + 300,000 + 60,000 + 200,000 \\
    &= 630,000 \text{ baht}
    \end{align}
    |>>

    คำตอบ: b. 630,000 baht\text{b. 630,000 baht}


    ข้อ 11: That has undervalued liability

    การคำนวณ:
    <<|
    \begin{align}
    \text{Total Liabilities} &= \text{Account payable} \\
    &= 80,000 \text{ baht}
    \end{align}
    |>>

    คำตอบ: d. 80,000 baht\text{d. 80,000 baht}


    ข้อ 12: That has undervalued owner's equity

    การคำนวณ:
    <<|
    \begin{align}
    \text{Owner's Equity} &= \text{Total Assets} - \text{Total Liabilities} \\
    &= 630,000 - 80,000 \\
    &= 550,000 \text{ baht}
    \end{align}
    |>>

    คำตอบ: c. 550,000 baht\text{c. 550,000 baht}


    ข้อ 13: From the transaction to be recorded in the Cr. (Credit) Account

    การวิเคราะห์:

    • บัญชีที่มีลักษณะเป็น Credit balance (ยอดคงเหลือด้านเครดิต):
      • Account payable (เจ้าหนี้การค้า) - เป็นหนี้สิน → เพิ่มที่ด้าน Cr.
      • Capital - Aoay Store (เงินทุน) - เป็นส่วนของเจ้าของ → เพิ่มที่ด้าน Cr.
    • Account receivable (ลูกหนี้การค้า) - เป็นสินทรัพย์ → มียอดคงเหลือด้าน Dr. (ไม่ใช่คำตอบ)

    คำตอบ: c. Account payable, Capital -Aoay Stroe\text{c. Account payable, Capital -Aoay Stroe}


    ข้อ 14: "Bring Cash to the bank-Kung Thai" analysis transaction

    การวิเคราะห์:

    • การนำเงินสดไปฝากธนาคาร เป็นการโอนย้ายระหว่างบัญชีสินทรัพย์ (Asset exchange transaction)
    • ผลกระทบ:
      • Cash (เงินสด) ลดลง → Assets decrease
      • Cash in bank (เงินฝากธนาคาร) เพิ่มขึ้น → Assets increase
    • สมการบัญชี: Assets=Liabilities+Owner’s Equity\text{Assets} = \text{Liabilities} + \text{Owner's Equity} ยังคงสมดุล (ไม่มีการเปลี่ยนแปลงหนี้สินหรือส่วนของเจ้าของ)

    คำตอบ: d. Assets increase, assets decrease\text{d. Assets increase, assets decrease}


    [Answer] สรุปคำตอบทั้งหมด

    ข้อคำตอบ
    8a. Asset\text{a. Asset}
    9d. a, b, and c\text{d. a, b, and c}
    10b. 630,000 baht\text{b. 630,000 baht}
    11d. 80,000 baht\text{d. 80,000 baht}
    12c. 550,000 baht\text{c. 550,000 baht}
    13c. Account payable, Capital -Aoay Stroe\text{c. Account payable, Capital -Aoay Stroe}
    14d. Assets increase, assets decrease\text{d. Assets increase, assets decrease}
  • ข้อมูลนำเข้า

    See attached files

    ผลลัพธ์

    จากข้อความที่ให้มาในภาพ ฉันสามารถเห็นปัญหาบัญชีนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ การจัดทำงบประมาณ (Budgeting) ของบริษัท แก้วสามสี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตและจำหน่ายโต๊ะนักเรียน

    [Analysis] วิเคราะห์ปัญหา

    ประเภทปัญหา: การจัดทำงบประมาณดำเนินงาน (Operating Budget) และงบกำไรขาดทุนโดยประมาณ (Budgeted Income Statement) โดยใช้วิธีต้นทุนผันแปร (Variable Costing)

    ข้อมูลที่ได้รับ:

    • งบยอดขายตามเดือน (ม.ค. - เม.ย.)
    • นโยบายสินค้าคงเหลือ: 20% ของยอดขายเดือนถัดไป
    • วัตถุดิบ: 1 หน่วยใช้ 5 หน่วย ราคา 30 บาท/หน่วย
    • ค่าแรงงานทางตรง: 3 ชั่วโมง/หน่วย อัตรา 100 บาท/ชั่วโมง
    • ค่าใช้จ่ายการผลิตผันแปรและคงที่
    • ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารผันแปรและคงที่

    แนวทางการแก้ปัญหา:

    1. จัดทำงบยอดขาย (Sales Budget)
    2. จัดทำงบการผลิต (Production Budget)
    3. จัดทำงบการซื้อวัตถุดิบ (Direct Materials Purchase Budget)
    4. จัดทำงบค่าแรงงานทางตรง (Direct Labor Budget)
    5. จัดทำงบค่าใช้จ่ายการผลิต (Manufacturing Overhead Budget)
    6. จัดทำงบต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold Budget)
    7. จัดทำงบค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (Selling & Administrative Expenses Budget)
    8. จัดทำงบกำไรขาดทุนโดยประมาณ (Budgeted Income Statement)

    [Solution] วิธีการแก้ปัญหา

    ขั้นตอนที่ 1: งบยอดขาย (Sales Budget)

    ยอดขาย=ปริมาณขาย×ราคาขายต่อหน่วย\text{ยอดขาย} = \text{ปริมาณขาย} \times \text{ราคาขายต่อหน่วย}

    เดือนปริมาณขาย (หน่วย)ราคาขาย (บาท/หน่วย)ยอดขายรวม (บาท)
    ม.ค.5,0001,2006,000,000
    ก.พ.7,5001,2009,000,000
    มี.ค.10,0001,20012,000,000
    เม.ย.12,0001,20014,400,000

    การคำนวณ:

    • ม.ค.: 5,000×1,200=6,000,0005,000 \times 1,200 = 6,000,000 บาท
    • ก.พ.: 7,500×1,200=9,000,0007,500 \times 1,200 = 9,000,000 บาท
    • มี.ค.: 10,000×1,200=12,000,00010,000 \times 1,200 = 12,000,000 บาท

    ขั้นตอนที่ 2: งบการผลิต (Production Budget)

    ปริมาณผลิต=ยอดขาย+สินค้าคงเหลือสุดท้าย−สินค้าคงเหลือต้นเดือน\text{ปริมาณผลิต} = \text{ยอดขาย} + \text{สินค้าคงเหลือสุดท้าย} - \text{สินค้าคงเหลือต้นเดือน}

    นโยบายสินค้าคงเหลือ: 20% ของยอดขายเดือนถัดไป

    รายการม.ค.ก.พ.มี.ค.
    ยอดขาย (หน่วย)5,0007,50010,000
    (+) สินค้าคงเหลือสุดท้าย (20% ของยอดขายเดือนถัดไป)1,5002,0002,400
    (=) ความต้องการรวม6,5009,50012,400
    (-) สินค้าคงเหลือต้นเดือน1,0001,5002,000
    ปริมาณที่ต้องผลิต5,5008,00010,400

    การคำนวณสินค้าคงเหลือ:

    • ม.ค. สินค้าคงเหลือสุดท้าย: 7,500×20%=1,5007,500 \times 20\% = 1,500 หน่วย
    • ก.พ. สินค้าคงเหลือสุดท้าย: 10,000×20%=2,00010,000 \times 20\% = 2,000 หน่วย
    • มี.ค. สินค้าคงเหลือสุดท้าย: 12,000×20%=2,40012,000 \times 20\% = 2,400 หน่วย
    • ม.ค. สินค้าคงเหลือต้นเดือน: 5,000×20%=1,0005,000 \times 20\% = 1,000 หน่วย

    ขั้นตอนที่ 3: งบการซื้อวัตถุดิบ (Direct Materials Purchase Budget)

    วัตถุดิบที่ต้องซื้อ=วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต+วัตถุดิบคงเหลือสุดท้าย−วัตถุดิบคงเหลือต้นเดือน\text{วัตถุดิบที่ต้องซื้อ} = \text{วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต} + \text{วัตถุดิบคงเหลือสุดท้าย} - \text{วัตถุดิบคงเหลือต้นเดือน}

    ข้อมูล: 1 หน่วยใช้ 5 หน่วยวัตถุดิบ ราคา 30 บาท/หน่วย
    นโยบาย: วัตถุดิบคงเหลือสุดท้าย = 20% ของความต้องการเดือนถัดไป
    เม.ย. ความต้องการวัตถุดิบ: 85,000 หน่วย

    คำนวณความต้องการวัตถุดิบในการผลิต:

    • ม.ค.: 5,500×5=27,5005,500 \times 5 = 27,500 หน่วย
    • ก.พ.: 8,000×5=40,0008,000 \times 5 = 40,000 หน่วย
    • มี.ค.: 10,400×5=52,00010,400 \times 5 = 52,000 หน่วย
    รายการม.ค.ก.พ.มี.ค.
    ความต้องการวัตถุดิบในการผลิต (หน่วย)27,50040,00052,000
    (+) วัตถุดิบคงเหลือสุดท้าย (20% ของเดือนถัดไป)8,00010,40017,000
    (=) ความต้องการรวม35,50050,40069,000
    (-) วัตถุดิบคงเหลือต้นเดือน5,5008,00010,400
    วัตถุดิบที่ต้องซื้อ (หน่วย)30,00042,40058,600
    ราคาต่อหน่วย (บาท)303030
    มูลค่าวัตถุดิบที่ซื้อ (บาท)900,0001,272,0001,758,000

    การคำนวณวัตถุดิบคงเหลือสุดท้าย:

    • ม.ค.: 40,000×20%=8,00040,000 \times 20\% = 8,000 หน่วย
    • ก.พ.: 52,000×20%=10,40052,000 \times 20\% = 10,400 หน่วย
    • มี.ค.: 85,000×20%=17,00085,000 \times 20\% = 17,000 หน่วย

    ขั้นตอนที่ 4: งบค่าแรงงานทางตรง (Direct Labor Budget)

    ค่าแรงงานทางตรง=ปริมาณผลิต×ชั่วโมงต่อหน่วย×อัตราค่าแรงต่อชั่วโมง\text{ค่าแรงงานทางตรง} = \text{ปริมาณผลิต} \times \text{ชั่วโมงต่อหน่วย} \times \text{อัตราค่าแรงต่อชั่วโมง}

    รายการม.ค.ก.พ.มี.ค.
    ปริมาณผลิต (หน่วย)5,5008,00010,400
    ชั่วโมงแรงงานต่อหน่วย333
    ชั่วโมงแรงงานรวม16,50024,00031,200
    อัตราค่าแรง/ชั่วโมง (บาท)100100100
    ค่าแรงงานทางตรง (บาท)1,650,0002,400,0003,120,000

    การคำนวณ:

    • ม.ค.: 5,500×3×100=1,650,0005,500 \times 3 \times 100 = 1,650,000 บาท
    • ก.พ.: 8,000×3×100=2,400,0008,000 \times 3 \times 100 = 2,400,000 บาท
    • มี.ค.: 10,400×3×100=3,120,00010,400 \times 3 \times 100 = 3,120,000 บาท

    ขั้นตอนที่ 5: งบค่าใช้จ่ายการผลิต (Manufacturing Overhead Budget)

    ค่าใช้จ่ายผันแปร (ต่อชม. แรงงานทางตรง):

    • วัตถุดิบทางอ้อม: 10 บาท
    • ค่าแรงงานทางอ้อม: 5 บาท
    • ค่าสารธารณูปโภค: 2 บาท
    • รวมค่าใช้จ่ายผันแปรต่อชม.: 17 บาท

    ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน:

    • ค่าเช่าอาคาร-เครื่องจักร: 5,000 บาท
    • ค่าประกันเครื่องจักร: 10,000 บาท
    • ค่าบำรุงรักษา (เพิ่ม 10% ต่อเดือน): 5,000, 5,500, 6,050 บาท
    รายการม.ค.ก.พ.มี.ค.
    ค่าใช้จ่ายผันแปร:
    ชั่วโมงแรงงานทางตรง16,50024,00031,200
    อัตราต่อชั่วโมง (บาท)171717
    ค่าใช้จ่ายผันแปร (บาท)280,500408,000530,400
    ค่าใช้จ่ายคงที่:
    ค่าเช่าอาคาร-เครื่องจักร5,0005,0005,000
    ค่าประกันเครื่องจักร10,00010,00010,000
    ค่าบำรุงรักษา5,0005,5006,050
    ค่าใช้จ่ายคงที่รวม20,00020,50021,050
    ค่าใช้จ่ายการผลิตรวม (บาท)300,500428,500551,450

    การคำนวณค่าบำรุงรักษา:

    • ม.ค.: 5,000 บาท
    • ก.พ.: 5,000×1.10=5,5005,000 \times 1.10 = 5,500 บาท
    • มี.ค.: 5,500×1.10=6,0505,500 \times 1.10 = 6,050 บาท

    ขั้นตอนที่ 6: คำนวณต้นทุนผลิตต่อหน่วย (Unit Product Cost - Variable Costing)

    รายการต้นทุนต่อหน่วย (บาท)
    วัตถุดิบทางตรง (5 หน่วย × 30 บาท)150
    ค่าแรงงานทางตรง (3 ชม. × 100 บาท)300
    ค่าใช้จ่ายการผลิตผันแปร (3 ชม. × 17 บาท)51
    ต้นทุนผลิตต่อหน่วย (วิธีต้นทุนผันแปร)501

    ต้นทุนผลิตต่อหน่วย=150+300+51=501 บาท\text{ต้นทุนผลิตต่อหน่วย} = 150 + 300 + 51 = 501 \text{ บาท}


    ขั้นตอนที่ 7: งบต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold Budget)

    หลักการต้นทุนผันแปร: ค่าใช้จ่ายคงที่ทางการผลิตไม่รวมในต้นทุนขาย แต่ถือเป็นค่าใช้จ่ายงวด

    รายการม.ค.ก.พ.มี.ค.
    สินค้าคงเหลือต้นเดือน (หน่วย)1,0001,5002,000
    ต้นทุนต่อหน่วย (บาท)501501501
    สินค้าคงเหลือต้นเดือน (บาท)501,000751,5001,002,000
    ต้นทุนผลิตในช่วงเดือน:
    วัตถุดิบทางตรง4,125,0006,000,0007,800,000
    ค่าแรงงานทางตรง1,650,0002,400,0003,120,000
    ค่าใช้จ่ายการผลิตผันแปร280,500408,000530,400
    ต้นทุนผลิตรวม6,055,5008,808,00011,450,400
    สินค้าพร้อมขายรวม6,556,5009,559,50012,452,400
    สินค้าคงเหลือสุดท้าย (หน่วย)1,5002,0002,400
    ต้นทุนต่อหน่วย (บาท)501501501
    สินค้าคงเหลือสุดท้าย (บาท)751,5001,002,0001,202,400
    ต้นทุนขาย (บาท)5,805,0008,557,50011,250,000

    ขั้นตอนที่ 8: งบค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (Selling & Administrative Expenses Budget)

    ค่าใช้จ่ายผันแปร (อัตราต่อยอดขาย):

    • ค่าขนส่ง: 2%
    • ค่านายหน้า: 5%

    ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน:

    • เงินเดือนพนักงานขาย: 90,000 บาท
    • ค่าเช่าสำนักงาน: 30,000 บาท
    • ค่าสารธารณูปโภค: 8,000 บาท
    • ค่าประกันอุปกรณ์สำนักงาน: 12,000 บาท
    รายการม.ค.ก.พ.มี.ค.
    ค่าใช้จ่ายผันแปร:
    ยอดขาย (บาท)6,000,0009,000,00012,000,000
    ค่าขนส่ง (2%)120,000180,000240,000
    ค่านายหน้า (5%)300,000450,000600,000
    ค่าใช้จ่ายผันแปรรวม420,000630,000840,000
    ค่าใช้จ่ายคงที่:
    เงินเดือนพนักงานขาย90,00090,00090,000
    ค่าเช่าสำนักงาน30,00030,00030,000
    ค่าสารธารณูปโภค8,0008,0008,000
    ค่าประกันอุปกรณ์สำนักงาน12,00012,00012,000
    ค่าใช้จ่ายคงที่รวม140,000140,000140,000
    ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม560,000770,000980,000

    ขั้นตอนที่ 9: งบกำไรขาดทุนโดยประมาณ (Budgeted Income Statement - Variable Costing)

    รายการม.ค.ก.พ.มี.ค.
    ยอดขาย (บาท)6,000,0009,000,00012,000,000
    หัก: ต้นทุนขาย (ต้นทุนผันแปร)
    ต้นทุนขาย (บาท)(5,805,000)(8,557,500)(11,250,000)
    กำไรขั้นต้น (Contribution Margin)195,000442,500750,000
    หัก: ค่าใช้จ่ายผันแปรในการขายและบริหาร
    ค่าขนส่ง(120,000)(180,000)(240,000)
    ค่านายหน้า(300,000)(450,000)(600,000)
    กำไรจากการดำเนินงาน (หลังค่าใช้จ่ายผันแปร)(225,000)(187,500)(90,000)
    หัก: ค่าใช้จ่ายคงที่
    ค่าใช้จ่ายการผลิตคงที่:
    ค่าเช่าอาคาร-เครื่องจักร(5,000)(5,000)(5,000)
    ค่าประกันเครื่องจักร(10,000)(10,000)(10,000)
    ค่าบำรุงรักษา(5,000)(5,500)(6,050)
    ค่าใช้จ่ายคงที่ในการขายและบริหาร:
    เงินเดือนพนักงานขาย(90,000)(90,000)(90,000)
    ค่าเช่าสำนักงาน(30,000)(30,000)(30,000)
    ค่าสารธารณูปโภค(8,000)(8,000)(8,000)
    ค่าประกันอุปกรณ์สำนักงาน(12,000)(12,000)(12,000)
    ค่าใช้จ่ายคงที่รวม(160,000)(160,500)(161,050)
    กำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ย(385,000)(348,000)(251,050)
    หัก: ค่าใช้จ่ายอื่น (ดอกเบี้ย)(6,000)(6,000)(6,000)
    กำไร (ขาดทุน) สุทธิ(391,000)(354,000)(257,050)

    [Answer] คำตอบสรุป

    งบประมาณดำเนินงานเดือนมกราคม-มีนาคม 2558

    รายการม.ค.ก.พ.มี.ค.รวม
    ปริมาณผลิต (หน่วย)5,5008,00010,40023,900
    มูลค่าวัตถุดิบที่ซื้อ (บาท)900,0001,272,0001,758,0003,930,000
    ค่าแรงงานทางตรง (บาท)1,650,0002,400,0003,120,0007,170,000
    ค่าใช้จ่ายการผลิต (บาท)300,500428,500551,4501,280,450
    ต้นทุนขาย (บาท)5,805,0008,557,50011,250,00025,612,500

    งบกำไรขาดทุนโดยประมาณ (วิธีต้นทุนผันแปร)

    รายการม.ค.ก.พ.มี.ค.
    ยอดขาย6,000,0006,000,0009,000,0009,000,00012,000,00012,000,000
    ต้นทุนขาย(5,805,000)(5,805,000)(8,557,500)(8,557,500)(11,250,000)(11,250,000)
    กำไรขั้นต้น195,000195,000442,500442,500750,000750,000
    ค่าใช้จ่ายผันแปรขายและบริหาร(420,000)(420,000)(630,000)(630,000)(840,000)(840,000)
    ค่าใช้จ่ายคงที่(160,000)(160,000)(160,500)(160,500)(161,050)(161,050)
    ดอกเบี้ย(6,000)(6,000)(6,000)(6,000)(6,000)(6,000)
    กำไร (ขาดทุน) สุทธิ(391,000)\mathbf{(391,000)}(354,000)\mathbf{(354,000)}(257,050)\mathbf{(257,050)}

    หมายเหตุ: บริษัทมีผลขาดทุนในทุกเดือน เนื่องจากต้นทุนผันแปรสูงกว่ากำไรขั้นต้นที่ได้รับ โดยเฉพาะค่านายหน้า 5% และค่าขนส่ง 2% รวมกันเป็น 7% ของยอดขาย ซึ่งส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานก่อนหักค่าใช้จ่ายคงที่แล้ว

เทมเพลตอื่นที่คล้ายกัน ลองใช้ฟรี ส่วนใหญ่ไม่ต้องสมัครสมาชิก

ดูเทมเพลตทั้งหมด

ได้รับความชื่นชอบจากคนที่สร้างสรรค์งานทุกวัน

คะแนนของเราบน Trustpilot

ทำได้มากขึ้นด้วยบัญชีฟรี

บันทึกผลลัพธ์ กลับมาทำต่อจากจุดที่ค้างไว้ และใช้เครื่องมือ AI 300+ รายการสำหรับงานเขียน รูปภาพ วิดีโอ และเสียง อัพเกรดได้ทุกเมื่อเพื่อใช้โมเดลขั้นสูง