จากการสังเกตอารมณ์ พฤติกรรม และการพูดคุยเชิงจิตวิทยาในครั้งนี้ ผู้รับบริการให้ความร่วมมือในการเข้ารับการปรึกษาเป็นอย่างดี สามารถนั่งสนทนาต่อเนื่องตลอดระยะเวลาของการให้คำปรึกษา มีการสบตาและตอบคำถามสอดคล้องกับประเด็นที่พูดคุย โดยในช่วงเริ่มต้นผู้รับบริการกล่าวถึงความรู้สึกเศร้า ผิดหวัง และยังคงมีความรู้สึกค้างคาใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ในอดีตกับอดีตสามี แม้ว่าการแยกทางจะเกิดขึ้นมาแล้วระยะหนึ่งก็ตาม ผู้รับบริการระบุว่าตนเองมักย้อนคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ครอบครัวเริ่มมีปัญหาและนำไปสู่การเลิกรา ส่งผลให้เกิดความรู้สึกสูญเสียทั้งบทบาทคู่สมรสและบทบาทความเป็นแม่ เนื่องจากปัจจุบันบุตรไม่ได้อยู่ในความดูแลของตนเอง
ระหว่างการสนทนา ผู้รับบริการแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการตำหนิตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยกล่าวว่าหากในอดีตตนเองไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสารเสพติด ชีวิตครอบครัวอาจไม่จบลงในลักษณะเช่นนี้ รวมถึงเชื่อว่าตนเองเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์ล้มเหลว นักจิตวิทยาจึงชวนผู้รับบริการสำรวจความคิดดังกล่าวเพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจว่าผู้รับบริการกำลังใช้เกณฑ์ใดในการประเมินคุณค่าของตนเอง และความเชื่อเหล่านั้นส่งผลต่อสภาวะทางอารมณ์ในปัจจุบันอย่างไร
จากการสำรวจพบว่าผู้รับบริการมีแนวโน้มมองตนเองในแง่ลบและใช้มาตรฐานที่เข้มงวดกับตนเองมากกว่าที่ใช้กับผู้อื่น เมื่อถูกชวนให้จินตนาการถึงบุคคลอื่นที่มีประสบการณ์คล้ายคลึงกัน ผู้รับบริการสามารถมองเห็นข้อจำกัดและความทุกข์ของบุคคลนั้นด้วยความเข้าใจ แต่กลับไม่สามารถใช้มุมมองเดียวกันกับตนเองได้ สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการวิพากษ์ตนเองที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานานและอาจเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อหลักเกี่ยวกับตนเองที่ฝังรากลึกมาเป็นเวลานาน
นักจิตวิทยาได้ชวนผู้รับบริการสำรวจประสบการณ์ในวัยเด็ก เพื่อทำความเข้าใจที่มาของความเชื่อดังกล่าว ผู้รับบริการเล่าว่าเติบโตมาในครอบครัวที่บิดาไม่ค่อยมีบทบาทในการดูแล และมารดาจำเป็นต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ส่งผลให้ผู้รับบริการใช้ชีวิตในวัยเด็กโดยขาดพื้นที่สำหรับการแสดงออกทางอารมณ์และขาดบุคคลที่สามารถรับฟังหรือให้การปลอบโยนได้อย่างเพียงพอ ผู้รับบริการเล่าว่าเมื่อต้องเผชิญกับความทุกข์ ความกลัว หรือความผิดหวัง มักต้องจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นเพียงลำพัง จนค่อย ๆ เรียนรู้ว่าตนเองไม่ควรคาดหวังการช่วยเหลือจากผู้อื่น
เมื่อมีการสำรวจความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากประสบการณ์ดังกล่าว ผู้รับบริการสะท้อนออกมาว่าตลอดชีวิตมักมีความรู้สึกว่าตนเองไม่สำคัญและไม่เป็นที่ต้องการของใคร ความรู้สึกดังกล่าวปรากฏขึ้นซ้ำ ๆ ในหลายช่วงชีวิต โดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับการถูกปฏิเสธ การถูกละเลย หรือการสูญเสียความสัมพันธ์สำคัญ ผู้รับบริการเริ่มตระหนักว่าความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากการเลิกรากับอดีตสามีอาจไม่ได้เป็นเพียงความสูญเสียในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับประสบการณ์การขาดการตอบสนองทางอารมณ์ในวัยเด็ก ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ยังคงส่งผลต่อการรับรู้คุณค่าของตนเองมาจนถึงปัจจุบัน
ในช่วงกลางของการสนทนา ผู้รับบริการเริ่มเชื่อมโยงให้เห็นว่าตลอดระยะเวลาที่มีความสัมพันธ์กับอดีตสามี ตนเองมักพยายามอย่างมากที่จะรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ ไม่ว่าจะต้องเสียสละความต้องการของตนเองเพียงใดก็ตาม เนื่องจากมีความกลัวอย่างมากต่อการถูกทอดทิ้งและการอยู่เพียงลำพัง ผู้รับบริการยอมรับว่าหลายครั้งตนเองพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผู้อื่นยอมรับและอยู่เคียงข้าง แม้ว่าจะต้องฝืนความรู้สึกของตนเองก็ตาม เมื่อความสัมพันธ์สิ้นสุดลง ความรู้สึกสูญเสียจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสูญเสียคู่ชีวิต แต่ยังเป็นการกระตุ้นความรู้สึกโดดเดี่ยวและไร้คุณค่าที่มีอยู่เดิมให้รุนแรงมากขึ้น
นักจิตวิทยาได้สะท้อนให้ผู้รับบริการเห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็ก ความกลัวการถูกทอดทิ้ง และรูปแบบความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในวัยผู้ใหญ่ ผู้รับบริการสามารถรับรู้และเข้าใจความเชื่อมโยงดังกล่าวได้มากขึ้น พร้อมทั้งแสดงความประหลาดใจว่าตนเองไม่เคยตระหนักมาก่อนว่าความรู้สึกหลายอย่างในปัจจุบันมีรากฐานมาจากประสบการณ์ในอดีต
เมื่อมีการสำรวจประวัติการใช้สารเสพติดเพิ่มเติม ผู้รับบริการสะท้อนว่าช่วงเวลาที่ใช้สารเสพติดนั้นมักเกิดขึ้นในช่วงที่ตนเองเผชิญกับความเครียด ความรู้สึกว่างเปล่า ความเหงา หรือความผิดหวังในความสัมพันธ์ โดยสารเสพติดทำหน้าที่เป็นเครื่องมือที่ช่วยลดความเจ็บปวดทางอารมณ์ชั่วคราว ทำให้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับความคิดและความรู้สึกที่สร้างความทุกข์ อย่างไรก็ตาม ผู้รับบริการเริ่มตระหนักว่าการใช้สารเสพติดไม่ได้แก้ไขปัญหาที่แท้จริง แต่เป็นเพียงการหลีกเลี่ยงความรู้สึกที่ยังไม่ได้รับการจัดการ
ในช่วงท้ายของการให้คำปรึกษา ผู้รับบริการสามารถสรุปด้วยตนเองได้ว่าประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อสภาพจิตใจในปัจจุบันอาจไม่ใช่เพียงการสูญเสียความสัมพันธ์กับอดีตสามี แต่เป็นความรู้สึกไร้คุณค่าและไม่เป็นที่ยอมรับซึ่งสะสมมาเป็นระยะเวลานาน ผู้รับบริการเริ่มมองเห็นว่าการฟื้นฟูตนเองอาจจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ที่จะยอมรับคุณค่าของตนเอง การทำความเข้าใจบาดแผลทางอารมณ์จากอดีต และการพัฒนาวิธีจัดการความทุกข์ทางอารมณ์ที่เหมาะสมมากกว่าการหลีกหนีผ่านการใช้สารเสพติด
ผลการให้คำปรึกษาในครั้งนี้พบว่าผู้รับบริการมีความสามารถในการสะท้อนตนเองและเชื่อมโยงประสบการณ์ชีวิตในอดีตกับปัญหาปัจจุบันได้เพิ่มมากขึ้น มีความเข้าใจต่อปัจจัยทางจิตใจที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติดและปัญหาความสัมพันธ์มากขึ้น รวมถึงเริ่มเกิดมุมมองใหม่ต่อตนเองและต่อสาเหตุของปัญหาที่เผชิญอยู่ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญต่อการพัฒนาความตระหนักรู้ในตนเองและการวางแผนฟื้นฟูทางจิตใจในระยะต่อไป